ธนาธร คณะก้าวหน้า ปราศรัยหาเสียงใหญ่โค้งสุดท้าย สกลนคร

เมื่อ 18 ธ.ค. 63 เวลา 1200 คณะก้าวหน้า สกลนคร จัดการปราศรัยหาเสียงใหญ่โค้งสุดท้าย โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และคณะฯ เดินทางเข้าพื้นที่ จ.สกลนคร เพื่อปราศรัยหาเสียงช่วยเหลือผู้สมัครนายก และ ส.อบจ.สกลนคร ในนามคณะก้าวหน้า สกลนคร โค้งสุดท้ายที่สำคัญ รวม 3 จุด โดยจุดที่ 1 ณ สวนสาธารณะ (ตลาดนัด) อ.พรรณานิคม จ.สกลนครซึ่งผู้สมัครนายก/ส.อบจ./ทีมงาน จะมาปราศรัย

สาระสำคัญการปราศรัยของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (เวลา 1348 มาถึง) ดังนี้ กล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง อบจ.ในวันที่ 20 ธ.ค.63 มีความสำคัญเนื่องจากเป็นเรื่องใกล้ตัวเพื่อเลือกตัวแทนมาพัฒนาจังหวัด โดยเมื่อปี 2555 มีคนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนน้อย ดังนั้นเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร แก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตร เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนอำนาจหน้าที่ของ อบจ. ได้แก่ การบริหารและพัฒนาจังหวัด เช่น ด้านการศึกษา การท่องเที่ยว การพัฒนาหนองหาร ซึ่งล้วนแต่เป็นวิสัยทัศน์ของนายณรงเดช อุฬารกุล ผู้สมัคร นายก อบจ.สกลนคร ในนามคณะก้าวหน้า โดย อบจ.มีงบประมาณปีละกว่า 1 พันล้านบาท

แนะนำนายณรงเดช อุฬารกุล ในนามคณะก้าวหน้า เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านต่างๆเหมาะสมที่สุดและเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะเป็นนายก อบจ.สกลนคร คนต่อไป และยังมีทีมงาน ส.อบจ.สกลนคร ในนามคณะก้าวหน้า รวมถึงมีทีมงานคณะก้าวหน้าส่วนกลางคอยสนับสนุน คือ ตนเองนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

กล่าวถึงนโยบายของคณะก้าวหน้าตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ได้แก่ การปฏิรูปรัฐราชการ ยุติรัฐรวมศูนย์ ที่ผู้มีอำนาจและงบประมาณอยู่ที่ส่วนกลาง แต่บุคคลเหล่านั้นไม่สามารถเข้าใจปัญหาต่างๆในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเป็นนำอำนาจมาอยู่ใกล้ประชาชนผ่านการเมืองท้องถิ่นด้วยการส่งผู้สมัคร อบจ.ในจังหวัดต่างๆ ยืนยันคณะก้าวหน้าจะไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ขอให้พวกเราได้เข้าไปปฏิรูปเปลี่ยนแปลงทวงคืนอำนาจรัฐกลับมาเป็นของประชาชน

กล่าวถึงกรณีชาวบ้านจำนวนมากไม่กล้าถ่ายภาพคู่กับตนเองเพราะกลัวจะถูกผู้นำชุมชนตั้งคำถามและถูกตัดสิทธิ สวัสดิการของชุมชน เป็นการบั่นทอนระบอบประชาธิปไตย ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน

วันที่ 20 ธ.ค. 63 เชิญชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและขอให้สนับสนุนนายณรงเดช อุฬารกุล ผู้สมัคร นายก อบจ.สกลนคร และผู้สมัคร ส.อบจ.สกลนคร ในนามคณะก้าวหน้า

ยุติการปราศรัย เวลา 1420 โดยมียอดมวลชนสูงสุด 2,200 คน (จัดเก้าอี้ 2,000 ตัว แต่มีชาวบ้านยืนจำนวนหนึ่ง) เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

อ่านต่อ